ในช่วงปีที่ผ่านมามีอัตราการเกิดใหม่ของธุรกิจ Startup เพิ่มมากขึ้นกว่าปีก่อนๆ ตัวเลือกลำดับต้นๆของผู้ประกอบการในการหาออฟฟิศคือที่พักอาศัยหรือไม่ก็อาคารพาณิชย์ เนื่องจากสามารถตอบโจทย์ในเรื่องของงบประมาณและค่าเดินทางได้ โดยการจัดการพื้นที่ที่มีอยู่ให้เป็นโฮมออฟฟิศแบ่งส่วนระหว่างที่พักอาศัยกับโฮมออฟฟิศให้ชัดเจนสะดวกต่อการทำงานและยังมีความเป็นส่วนตัวของที่พักอาศัยอยู่ หลายคนคงสงสัยว่าโฮมออฟฟิศหน้าตาเป็นยังไง แล้วถ้างบประมาณที่ใช้ในการทำโฮมออฟฟิศนั้นมีจำกัดควรทำอย่างไร โดยในบทความนี้จะเป็นการแนะนำเทคนิคในการทำออฟฟิศในงบประมาณที่จำกัด

1. กำหนดพื้นที่ในบ้าน

ถ้าโชคดีที่คุณมีการแบ่งพื้นที่ในบ้านไว้สำหรับทำออฟฟิศตั้งแต่แรกอยู่แล้ว การจัดการพื้นที่จะไม่ยากเลย เมื่อมีการแบ่งส่วนพื้นที่ใช้สอยให้เกิดประโยชน์ แต่ถ้าไม่ได้จัดพื้นที่ไว้หล่ะ? หลักสำคัญในการทำโฮมออฟฟิศที่ดีคือการใช้พื้นที่ให้เกิดประโยชน์ภายในพื้นที่ที่จำกัดและสามารถปรับเปลี่ยนยืดหยุ่นได้ตามพื้นที่ที่มี ไม่ว่าจะเป็นมุมห้องนั่งเล่นที่ไม่ค่อยได้ใช้งาน ห้องเก็บของรกๆที่เอาไว้เก็บของที่ไม่ได้ใช้แล้ว หรือเป็นพื้นที่ที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์อะไรในบ้าน ก็สามารถดัดแปลงเป็นออฟฟิศได้ เพียงแค่หาพื้นที่นั้นให้เจอแล้วการทำงานจะดูเป็นมืออาชีพมากขึ้นทันตาเห็น แต่ต้องเลือกห้องที่สว่างมีแสงธรรมชาติเข้าถึงเพื่อปกป้องสายตาของคุณจากการทำงานนานๆ
ภาพจาก : http://www.baanlaesuan.com/84152/houses/huamark-09/

2. วางแผนการในการจัดพื้นที่

หลังจากกำหนดพื้นที่ที่จะทำโฮมออฟฟิศได้แล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการวางแผนการเพื่อจัดสรรพื้นที่ให้เหมาะสมกับพื้นที่ที่มีให้มากที่สุด คุณอาจจะขยับสิ่งของในห้องไปมาเพื่อให้เกิดพื้นที่ใช้สอยมากขึ้น นำสิ่งของอย่างอื่นมาวางเพิ่มให้พื้นที่เกิดประโยชน์มากขึ้น หรืออาจจะลองสละเวลาในการเคลื่อนย้ายสิ่งของไปมา แล้วมาวางแผนในการวัดพื้นที่หรือสิ่งของที่จะนำมาจัดวางให้มากขึ้น การวัดพื้นที่และสิ่งของที่จะนำมาวางทำให้ทราบถึงขนาดความกว้างความยาวของสิ่งของนั้น ช่วยให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้นว่าควรวางตรงไหนของห้อง หรือการหาไอเดียจากเว็บไซต์ต่างๆในการตกแต่งออฟฟิศก็เป็นเดียที่ไม่เลวเช่นกัน การวางแผนไว้ตั้งแต่ต้นช่วยให้คุณไม่ต้องมาวุ่นวายในหาหาเอกสารให้ยุ่งยากอีกต่อไปเลยในอนาคตถ้ามีการจัดระเบียบไว้ตั้งแต่ตอนแรก

3. ทำอะไรได้บ้างโดยที่ใช้งบน้อยที่สุดในการเริ่มต้น

แน่นอนว่าออฟฟิศในบ้านนั้นอาจมีขนาดพื้นที่ที่ไม่มากนัก ดังนั้นสิ่งที่คุณสามารถทำได้เป็นอันดับต้นๆคือการนำสิ่งที่มีอยู่รอบๆตัวมาประยุกต์ใช้ให้เข้ากับห้องทำงานคุณ ยกตัวอย่างเช่น การนำเฟอร์นิเจอร์เก่าในบ้านที่มีมาไว้ในออฟฟิศ หรือการออกแบบสีผนังให้ห้องดูมีสไตล์ตามที่คุณต้องการ (How colors affect office productivity) สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้คุณประหยัดงบตกแต่งไปได้เยอะมากเลยทีเดียว

4.หาซื้อเฟอร์นิเจอร์สำหรับห้องทำงาน

ขั้นตอนนี้เป็นขั้นตอนที่ใช้งบเยอะที่สุดเพราะต้องหาซื้อของใหม่เลย ราคาอาจจะมีสูงไปบ้างแต่เมื่อเทียบกับผลลัพธ์แล้วคุ้มค่าแน่นอน! ยิ่งปัจจุบันการหาซื้อสิ่งของต่างๆนั้นทำได้ง่ายโดยการซื้อของผ่านช่องทางออนไลน์ เช่นเดียวกับเฟอร์นิเจอร์ที่ใช้ในออฟฟิศของคุณ คุณสามารถเล่น facebook แล้วเจอเฟอร์นิเจอร์ถูกใจได้ง่ายๆเพียงแค่ไม่กี่นาที สามารถสั่งซื้อได้เลยเพียงแค่ไม่กี่คลิก ซึ่งราคาเฟอร์นิเจอร์ส่วนใหญ่นั้นมีหลายราคาหลายคุณภาพให้เลือก คุณอาจจะเลือกที่ราคาไม่สูงมากเกินไปแล้วไปเน้นตกแต่งออฟฟิศให้ดูสวยงามแทนก็ได้ แต่มีอยู่สิ่งหนึ่งที่ไม่สามารถทำได้ในการซื้อของออนไลน์คือการสัมผัสกับสินค้าโดยตรง การได้ดูสินค้าจริงช่วยให้ตัดสินใจซื้อได้ง่ายขึ้น ทำให้รู้ว่าวัสดุตัวนี้ดีมากน้อยแค่ไหนทำมาจากอะไร และเหมาะจะวางตำแหน่งไหนในออฟฟิศ
ภาพจาก : http://www.baanlaesuan.com/2281/houses/live-creatively/
ข้อมูลอ้างอิง – https://www.thespruce.com รวบรวมโดย –  Workstation office furniture