ความเครียดจากงาน

7 เทคนิค จัดการความเครียดเรื่องงาน ให้พร้อมผ่านอุปสรรคไปได้ด้วยดี

7 เทคนิค จัดการความเครียดเรื่องงาน ให้พร้อมผ่านอุปสรรคไปได้ด้วยดี!

ความเครียดจากงาน

          เมื่อคุณสมัครงาน คุณจะพบกับคำว่า “ออฟฟิศเราอยู่กันแบบพี่น้อง” (แบบกาสะลองซ้องปีบรึเปล่า) และ  “อยู่กันแบบสบายๆ” (เหมือนเอาชีวิตรอดใน The Hunger Game ฮ่าาา) พูดเลยว่า แค่ต้องปรับตัวร่วมกับผู้คนในออฟฟิศก็ไม่ง่ายแล้ว พอมาเจอเครียดเรื่องงานหนักยิ่งเหมือนออกรบไปกันใหญ่ กว่าแต่ละวันจะผ่านพ้นไป บางคนอาจถึงขั้นต้องเสียน้ำตากันเลยทีเดียว Work Station จึงขอส่งกำลังใจ ด้วยการคัด 7 เทคนิคคลายเครียดในออฟฟิศ ให้พร้อมพิชิตงานหนัก มาฝากกัน!

เริ่มงานเร็ว

1) ปรับเวลาในการเริ่มต้นวันใหม่

          แค่อ่านข้อแรกก็อาจจะอ่านแล้ว เอ๊ะ เกี่ยวกันหรอ? ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่า ปัจจัยที่ทำให้วัยทำงานส่วนใหญ่เกิดอาการเหนื่อยล้า มาจาก “การเดินทาง” โดยเฉพาะกรุงเทพ เมืองแห่งชีวิตดีที่ลงตัว ตื่นสายนิดหน่อยก็ต้องเจอกับรถติด มลพิษเต็มปอด ถ้าลองปรับเวลาในการเริ่มต้นวันใหม่ซักเล็กน้อย ให้ไม่เจอรถติด มีเวลาว่างพอจะเตรียมอาหารเช้าดีๆ ถูกหลักโภชนาการ แบ่งเวลามานั่งอ่านในสิ่งที่ตัวเองสนใจก่อนเริ่มงาน เพียงเท่านี้ก็จะช่วยให้อารมณ์ดี ลดความเครียดเรื่องงานได้ตั้งแต่เริ่มทำงานไปจนจบวันเลยล่ะ

2) รักษาระยะห่างกับคนในออฟฟิศ

          ไม่ว่าจะความสัมพันธ์รูปแบบไหน จะในครอบครัว เพื่อนฝูง หรือการทำงานในองค์กร การรักษาระยะห่างให้มีความพอดีถือเป็นสิ่งสำคัญเสมอ ไม่ใช่แค่เพื่อปลอดภัยจากเชื้อโควิด แต่เพื่อให้อยู่ทำงานร่วมกันได้นาน ไม่มีเรื่องผิดใจให้รู้สึกอึดอัดเมื่อทำงานร่วมกัน รวมถึง ควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมบางอย่างที่อาจทำให้เกิดความขัดแย้ง เช่น อยู่ในวงนินทาเพื่อนร่วมงาน พูดเรื่องการเมืองหรือศาสนา เล่นมุกตลกที่เป็นเชิงบูลลี่ ฯลฯ เพราะถ้าสังคมรอบข้างในที่ทำงานดี มีเครียดเรื่องงานหนักแค่ไหนก็พร้อมสู้ได้เสมอ

รักษาระยะห่าง
แบ่งเวลาให้ถูกต้อง

3) แยกเวลางานและเวลาพักให้ออก

         จะจัดการความเครียดเรื่องงานได้ ต้องแยกเวลางานและเวลาพักให้ออก เวลาไหนต้องทำงานก็ไม่จำเป็นต้องทำเกินเวลา แต่ในเวลาต้องใส่เต็มให้สุด และเสร็จภายในเวลา หากจะพักก็ต้องหยุดทั้งหมดแล้วพักให้เต็มที่ อย่าเก็บเรื่องเครียดจากงานไปคิดในช่วงเวลาพักผ่อน เพราะจะทำให้สุดท้ายไม่สามารถจัดการทั้งความเครียดให้หายไปจนเกิดอาการหมดไฟได้ ท่องไว้ว่า ทำงานหนัก แต่พักก็ต้องจัดเต็ม!

4) พูดคุยถึงความเครียดเรื่องงานกับหัวหน้าและคนในทีมบ้าง

          วิธีคลายความเครียดเรื่องงานที่สามารถทำได้แทบจะทันทีหลังพบเจออุปสรรคหนักในที่ทำงานก็คือ พูดคุยกับหัวหน้าหรือคนในทีม อย่างน้อยก็มีผู้ที่รับฟังและเข้าใจในเรื่องที่เราต้องการจะสื่อออกไป บางทีคุณอาจจะเจอคนที่ให้คำแนะนำได้ดีจนมีเป้าหมายและทางแก้ไขที่ช่วยให้จัดการความเครียดและงานได้ดีมากขึ้น แต่เน้นว่า ควรเป็นเรื่องงานโดยเฉพาะ ไม่ใช่เรื่องส่วนตัว หรือพูดถึงบุคคลอื่นในเรื่องที่อาจจะทำให้มีปัญหาตามมา หากผู้ที่ฟังนำเรื่องเหล่านั้นไปบอกคนอื่น แต่ถ้าคิดว่า เป็นเรื่องที่ไม่สามารถบอกใครได้ หรือไม่มีใครที่ตัวเองรู้สึกไว้ใจพอจะพูดได้เลย อาจระบายออกด้วยการเขียน ตั้งกระทู้ พูดคุยกับเพื่อนนอกที่ทำงานหรือครอบครัวแทนก็ได้เช่นกัน

ปรึกษาระบายความเครียดจากงาน

5) รู้จักการปฏิเสธอย่างมีศิลปะ

         ถ้าเขาจะรัก ไม่ต้องทำให้ได้ทุกอย่าง หรือเป็นตัวแบกทุกงาน เขาก็รัก โดยเฉพาะคนที่ไม่ใช่หัวหน้าของคุณ หากหยิบงานมาขอร้องให้คุณช่วยจนเพิ่มความเครียดเรื่องงานเดิมให้เพิ่มมากขึ้นไปอีก หรือเจอสถานการณ์/งานที่รู้สึกว่าไม่เหมาะ ประเมินแล้วว่าทำไม่ได้ บางทีก็อาจจะต้องรู้จักปฏิเสธอย่างมีศิลปะ ให้คนที่ถูกปฏิเสธไม่เกลียดเรา และเราก็ไม่ต้องรู้สึกเครียด เพราะกลัวอีกฝ่ายรู้สึกไม่ดีหรือเราได้งานมากเกินขอบเขตด้วย เช่น ทำความเข้าใจความสามารถของคนในทีมและแนะนำว่า งานไหนควรให้ใครช่วยจะเหมาะกว่า, พูดถึง แนวโน้มความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้น ฯลฯ บางทีการปฏิเสธก็ช่วยให้เราไม่ต้องเจอเรื่องเครียดหนักในที่ทำงานได้จริง

6) จดบันทึกเรื่องดีและสิ่งที่สำเร็จในแต่ละวัน

          ในวันที่โลกไม่อ่อนโยนจนความเครียดเรื่องงานหนักเหมือนต้องแบกโลกอีกทั้งใบ ขอแค่คุณยังมองเห็นสิ่งดีๆ ที่มีในตัวเองก็พอ เพราะงั้นนอกจากกินของที่อยากกินให้อิ่ม นอนหลับได้เต็มที่ มีเวลาให้ตัวเองได้ทำกิจกรรมที่ชอบแล้ว ก็อย่าลืมที่จะคิดถึงเรื่องดีหรือสิ่งที่เคยเกิดขึ้นในชีวิต เพื่อเป็นพลังบวกให้กับตัวเองต่อไป และเชื่อว่า คุณจะต้องทำให้เรื่องดีๆ เหล่านั้นเกิดขึ้นได้อีกอย่างแน่นอน

จดความสำเร็จในแต่ละวัน
Ergonomics

7) การเลือกโต๊ะและที่นั่งทำงานก็ช่วยลดความเครียดได้

          คนทำงานจำนวนไม่น้อยที่มีอาการปวดเมื่อยไปจนถึงเป็นออฟฟิศซินโดรมแบบต้องรักษา จากการนั่งอยู่กับที่เป็นเวลานาน ซึ่งอาการปวดเมื่อยเหล่านี้ทำให้ร่างกายไปจนถึงจิตใจเกิดความเครียดได้จริง ไม่เชื่อลองสังเกตดูก็ได้ว่า วันที่ป่วยหรือเมื่อยล้า คุณจะอยากให้ถึงเวลาเลิกงานไวกว่าปกติ เพราะงั้นการเลือกเฟอร์นิเจอร์ในออฟฟิศที่ถูกออกแบบมาให้รองรับสรีระ สามารถนั่งทำงานได้อย่างสบายกายและใจ ไม่ปวดเมื่อยแม้นั่งท่าเดิมนานๆ อย่าง เฟอร์นิเจอร์ของ Work Station พร้อมสะท้อนรสนิยมเหนือระดับ คุ้มค่าสมกับการลงทุน ก็จะช่วยเปลี่ยนวันที่ต้องเครียดเรื่องงานจนแสนเหนื่อยล้าแบบเดิมๆ ได้เติมเต็มความสุขกายสบายใจ ปลุกจินตนาการและพลังให้พร้อมทำงานต่อไป

          แม้ความเครียดเรื่องงานจะเป็นเรื่องธรรมดาที่คนวัยทำงานต้องพบเจอก็จริง แต่สิ่งสำคัญที่ทำให้มีแรงกายและใจพร้อมที่จะพิชิตงานหนักต่อไปได้ก็คือ การบริหารจัดการความเครียดให้อยู่ในระดับที่พอดี อย่าปล่อยให้มากหรือนานเกินไปจนเกิดภาวะหมดไฟในการทำงาน หรือ Burnout Syndrome เพราะเมื่อเชื้อเพลิงหมด ก็ยากที่จะจุดไฟให้ติดขึ้นได้อีก

Leave a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

PHP Code Snippets Powered By : XYZScripts.com
Scroll to Top